ยารักษาผมร่วง VS การปลูกผม แตกต่างกันอย่างไร ?

ความแตกต่างระหว่าง “การทานยารักษาผมร่วงและการปลูกผมถาวร” นับว่ามีความแตกต่างเป็นอย่างมาก ซึ่งหลายคนอาจมองว่าวิธีการทั้งสองสามารถแก้ปัญหาผมร่วงได้เหมือนกัน แต่ในความเป็นจริงแล้วทั้งสองวิธียังมีความแตกต่างในเรื่องของผลลัพธ์ของการรักษา

ปัจจุบันยารักษาผมร่วง มีการกล่าวอ้างเกินจริงมากมายในเรื่องของประสิทธิภาพการรักษา แต่ความเป็นจริงไม่มียาชนิดใด รวมถึงยา ฟินาสเตอไรด์ (Finasteride) และ ไมน็อกซิดิล (Minoxidil) ที่จะสามารถทำให้ผมที่หลุดร่วงไปแล้วกลับมางอกขึ้นใหม่ได้

โดยสิ่งที่ ฟินาสเตอไรด์ (Finasteride) และไมน็อกซิดิล (Minoxidil) ทำได้ดีคือ การช่วยชะลอและหยุดกระบวนการที่ทำให้เกิดผมร่วง ซึ่งการทานยาเหล่านี้อาจดูเหมือนช่วยทำให้เส้นผมกลับมางอกขึ้นใหม่แต่ความเป็นจริงยาทั้งสองชนิดนี้ช่วยเพียงแค่ส่งเสริมการเจริญเติบโตของเส้นผมให้มีความแข็งแรง หนาขึ้น และมองเห็นได้ชัดเจนขึ้นเพียงเท่านั้น ต่างจากผลลัพธ์ของการปลูกผมถาวร ที่สามารถทำให้เส้นผมที่หลุดร่วงไปแล้วไม่ว่าจะทั่วศีรษะหรือพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่งบนศีรษะ ให้กลับมางอกขึ้นใหม่ได้ด้วยการผ่าตัดนั่นเอง

ถึงแม้ว่ายารักษาผมร่วงอาจช่วยชะลอการหลุดร่วงของเส้นผมได้ดี แต่สำหรับคนไข้ที่มีอาการหัวล้านอยู่แล้ว ยาต่างๆก็ไม่สามารถรักษาอาการผมร่วงให้หายขาดไปได้ เพราะฉะนั้นการทานยารักษาผมร่วงให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด คือการทานยาหลังจากเข้ารับการผ่าตัดปลูกผมมาแล้ว เพื่อช่วยรักษาผมที่มีอยู่ควบคู่ไปกับผมที่ปลูกใหม่ให้สามารถเติบโตควบคู่ไปด้วยกันได้นั่นเอง

สำหรับใครที่มีปัญหาเส้นผม สามารถนัดคิวเข้ามาปรึกษาคุณหมอเพื่อทำการประเมิน และออกแบบการรักษาเฉพาะบุคคลได้เลยนะคะ


DHT Hair Clinic ปลูกผมโดยทีมแพทย์เฉพาะทางด้านเส้นผม ได้รับอเมริกันบอร์ด (American Board of Hair Restoration Surgery), Fellowship Training Program ของสมาคมศัลยกรรมปลูกผมนานาชาติ (International Society of Hair Restoration Surgery, ISHRS)
.
โทรศัพท์นัดคิวปรึกษาได้ที่
Tel : 02 619 0351